เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สช.สงขลา จับมือ พว. เดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษา และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนเอกชน 162 แห่ง นำกระบวนการเรียนรู้ Active Learning ด้วย GPAS 5 Steps จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “162 Schools Safe & Care + Strong โรงเรียนอุ่นใจ ใส่ใจทุกคน สร้างภูมิคุ้มกัน” โดยมีผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน 350 คน เข้าร่วม เพื่อยกระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ควบคู่กับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่สร้างทักษะคิดขั้นสูงและภูมิคุ้มกันทางสังคม ทุกมิติ ให้เยาวชน ผสานเทคโนโลยี AI สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้เด็ก รู้เท่าทันภัยออนไลน์ จัดการอารมณ์และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง พร้อมพัฒนาครูให้เข้าใจและดูแลผู้เรียนได้ตรงตามความต้องการ
ดร.บุศรินทร์ นาคอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ความปลอดภัยของนักเรียนต้องครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ โรงเรียนจึงต้องมีระบบดูแลช่วยเหลือที่ชัดเจน สามารถคัดกรอง เฝ้าระวัง และช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิตและภัยคุกคามในสังคมออนไลน์ พร้อมพัฒนาครูให้มีความรู้ด้านจิตวิทยาเบื้องต้น แม้ไม่ได้สำเร็จการศึกษาด้านนี้โดยตรง เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เด็กกล้าเปิดใจเมื่อเผชิญปัญหา อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ สช.สงขลา จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนเอกชนทั้ง 162 แห่ง เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนเกิดผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณ พว. ที่สนับสนุนงบประมาณ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือเทคโนโลยีในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครู “การนำแพลตฟอร์ม PW Plus และกระบวนการ GPAS 5 Steps มาใช้ จะช่วยสนับสนุนให้ครูจัดการเรียนรู้ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาของนักเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับภัยออนไลน์และปัญหาสังคม ขณะเดียวกันครูยังสามารถประสานส่งต่อนักเรียนที่มีความเสี่ยงไปยังเครือข่ายสาธารณสุขหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และทันท่วงที อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะไม่จบเพียงการจัดอบรม แต่จะมีระบบติดตามและประเมินผลโรงเรียนเอกชนที่เข้าร่วมทั้ง 162 แห่ง โดยร่วมกับกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับวิธีประเมินจากการตรวจเอกสารรายงาน มาเป็น การประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)โดยจะนำเครื่องมือคัดกรองดิจิทัลและระบบ Digital Journaling มาใช้ติดตามพัฒนาการและร่องรอยกระบวนการคิดของนักเรียน ตลอดจนประเมินคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือ เพื่อนำผลที่ได้กลับไปปรับปรุงการดำเนินงานของแต่ละโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน”ดร.บุศรินทร์ กล่าวและว่า เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการทำให้โรงเรียนปลอดภัยจากอันตรายเท่านั้น แต่ต้องการให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง มีสุขภาพจิตที่ดี มีภูมิคุ้มกันทางความคิด รู้จักการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เคารพสิทธิผู้อื่น และสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ ขณะเดียวกันผู้ปกครองต้องเกิดความเชื่อมั่นว่า เมื่อส่งบุตรหลานมาเรียนโรงเรียนเอกชนแล้ว เด็กจะได้รับทั้งการคุ้มครองสิทธิและการพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน” ดร.บุศรินทร์ กล่าว
ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการพัฒนากระบวนการคิด ขั้นสูง ที่เป็นแบบแผนเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงการเฝ้าระวังหรือแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และกลั่นกรองข้อเท็จจริง สร้างองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติ และประเมินตนเองอย่างเป็นระบบ
กระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้เด็กมีทักษะคิดวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี รวมถึงสามารถควบคุมอารมณ์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้ด้วยเหตุผล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ดร.ศักดิ์สิน ยังชี้ว่า การศึกษาต้องก้าวข้ามการเรียนแบบท่องจำเพื่อสอบ ไปสู่การสร้างความรู้ที่ แท้จริง ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในทุกศาสตร์ทุกวิชา โดยมี AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนครู เป็นแอปพลิเคชัน ทั้งการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ การสร้างกิจกรรมกระตุ้นความคิด และการประเมินสมรรถนะผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อลดภาระงานและเพิ่มโอกาสให้ครูดูแลเด็ก เพื่อยกระดับความสามารถเป็นรายบุคคลมากขึ้น
ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในจังหวัดสงขลา แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของบริบทการศึกษา และโอกาสในการนำ GPAS 5 Steps ไปประยุกต์ใช้จริง
ดร.ถนัด อนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงทองวิทยา เห็นว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning จะช่วยพัฒนาผู้เรียนได้เต็มศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ และผู้ปกครองมั่นใจในการส่งบุตรหลานมาโรงเรียน
นายยูซุฟ แขกพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคาร กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีปัญหาและความต้องการแตกต่างกัน จึงเห็นความสำคัญของการนำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาผสานกับวิถีการศึกษาตามหลักศาสนาอิสลาม โดย GPAS 5 Steps เป็นอีกแนวทางที่สามารถศึกษาและพัฒนาต่อยอดสู่การจัดกิจกรรมในห้องเรียนได้
นางสุนันทา เขียวหอม ผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติบลูมส์เบอรี่–หาดใหญ่ กล่าวว่า แม้โรงเรียนนานาชาติจะมีรูปแบบการเรียนรู้แตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป แต่สามารถนำกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps ไปเสริมการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะรายวิชาภาษาไทย ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมการสอน และขยายองค์ความรู้สู่เครือข่ายโรงเรียนอีก 4 แห่ง
นายมังโสด หมะเต๊ะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติวิทย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนศึกษาสงเคราะห์ที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส มองว่า Active Learning และ GPAS 5 Steps มีความสำคัญต่อการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีศักยภาพแตกต่างกัน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม พร้อมเสนอให้มีการอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับครูใหม่ที่หมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติงานในแต่ละปี
สำหรับการอบรมครั้งนี้ พว. สนับสนุนงบประมาณ วิทยากร และเครื่องมือการเรียนรู้ รวมถึงการนำ AI มาช่วยจัดการข้อมูล คัดกรองและติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยง โดยมุ่งเชื่อมโยงระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเข้ากับกระบวนการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps เพื่อให้โรงเรียนสามารถพัฒนาเด็กได้ทั้งด้านความรู้ ทักษะชีวิต และการรับมือกับปัญหาสังคม ความร่วมมือของ สช.สงขลา และ พว. จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาทักษะครู แต่เป็นการวางรากฐานให้โรงเรียนเอกชนทั้ง 162 แห่ง ก้าวสู่การเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัย สร้างเด็กให้คิดเป็น รู้เท่าทันโลก และมีภูมิคุ้มกันจากภายใน เพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคมอนาคต
