วันอาทิตย์, 1 พฤศจิกายน 2026 | 8 : 22 pm
วันอาทิตย์, 1 พฤศจิกายน 2026 | 8:22 pm

พลิกโฉมห้องเรียนดิจิทัล โรงเรียนสีกันฯ จับมือ พว. จัดติวเข้มครู 120 ชีวิต ลุยเวิร์กช็อปผลิตสื่อการสอนขั้นเทพด้วย AI คืนนวัตกรรม GPAS 5 Steps ยกระดับพหุปัญญาผู้เรียนสู่อนาคต

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เปิดฉากขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การศึกษาครั้งสำคัญ จัดโครงการอบรม เชิงปฏิบัติการ “AI-Powered Content Creation ผลิตสื่อการสอนแบบมืออาชีพด้วย AI” ยกระดับศักยภาพครูแกนนำจำนวน 120 คน สู่นักสร้างสรรค์นวัตกรรมการสอนยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หวังแก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและกระตุ้นพหุปัญญาผู้เรียนรายบุคคล ณ โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) และในการอบรมในครั้งมีโรงเรียนแจ้งร้อนวิทยา ได้ส่งครู และวิทยากรเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ด้วย

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษรูปแบบออนไลน์ ในหัวข้อ “AI – Enhanced GPAS 5 Steps พลิกโฉมการสอน สร้างพลังการคิด พัฒนาผู้เรียนสู่อนาคต” เพื่อวางรากฐานทัศนคติและการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับกระบวนการคิดขั้นสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ เปิดเผยว่า “เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือชุมพลังที่เข้ามาพลิกโฉมบทบาทของครู จากเดิมที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การเป็น สถาปนิกผู้ออกแบบการเรียนรู้ การนำกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มาขับเคลื่อนร่วมกับ AI จะช่วยลดภาระงานประจำของครู และเพิ่มเวลาให้ครูได้โฟกัสกับการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนี่คือเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย” พว. จึงได้ผสานพลังของ AI เข้ากับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps โดยต้องเปลี่ยนให้ AI ทำหน้าที่เป็นคู่คิดประลองปัญญา (Thinking Partner) ช่วยลดเวลาในการสืบค้นข้อมูลเชิงสถิติและข้อเท็จจริง (Gathering & Processing) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ครูและนักเรียนมีเวลาเหลือในการทำกิจกรรมเชิงรุก (Active Learning) การวางแผน การออกเสียงโหวตตามวิถีประชาธิปไตย และลงมือสร้างนวัตกรรมร่วมกัน โมเดลนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อ ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ ผ่านแนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligences) เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นสะพานเชื่อมโยงให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะถนัดวิชาการ ศิลปะ เทคโนโลยี หรือดนตรี สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนในการสร้างสรรค์ชิ้นงานระดับมืออาชีพ เพื่อต่อยอดสู่หนทางอาชีพใหม่ในอนาคต และสร้างนิสัยการกำกับตนเอง (Self-Regulating) ผ่านการทำบันทึกสะท้อนคิดในรูปแบบดิจิทัล (Digital Journaling) เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตไปเป็นพลเมืองดีที่มีจิตสาธารณะต่อชุมชนอย่างแท้จริง โดย พว. มีความพร้อมทั้งหลักสูตร แพลตฟอร์ม และเครือข่ายวิทยากรที่จะเดินหน้าลดภาระงานครูและเปลี่ยนผ่านห้องเรียนไทยไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ดร.วัชรพงษ์ แพร่หลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ได้กล่าวย้ำถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า การศึกษาต้องก้าวจากการถ่ายทอดและท่องจำ ไปสู่การสร้าง “กระบวนการคิดและกระบวนการเรียนรู้” ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ให้ผู้เรียนเป็นผู้ค้นพบความจริงจากการสร้างความรู้ในแต่ละมิติ เพราะความจริงต้องเกิดขึ้นจากผู้เรียน ซึ่งจะกลายเป็นความรู้บันทึกอยู่ในความจำระยะยาวตลอดไปหลายคนคิดว่าจัดการศึกษา เพื่อนำไปใช้ในอนาคตแต่ความจริงการศึกษาคือชีวิตจริงในปัจจุบันที่ผู้เรียนต้องใช้ และนำวิธีการสร้างความรู้ไปใช้ออกแบบกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ทุกปัญหาและตลอดไป ครูจึงไม่ใช่คนที่ต้องมีคำตอบให้เด็กทุกเรื่อง แต่ต้องเป็นคนออกแบบสถานการณ์ที่ทำให้เด็กได้ตั้งคำถาม ค้นหา วิเคราะห์ ทดลอง ลงมือทำ และค้นพบคำตอบด้วยตัวเองนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่วงการศึกษาไทยต้องจับตามองเพราะในวันที่ AI สามารถตอบคำถามได้ภายในไม่กี่วินาที การศึกษาที่แข่งขันกันเพียงว่าใคร “รู้คำตอบ” มากกว่า อาจไม่เพียงพออีกต่อไปสิ่งที่มีค่ามากขึ้นคือ คนที่รู้จักตั้งคำถาม รู้จักคิดกับข้อมูล รู้จักตรวจสอบคำตอบ และรู้ว่าจะนำความรู้ไปใช้อย่างไร ดังนั้น Active Learning จึงไม่ควรเป็นเพียงกระแส และ GPAS 5 Steps ไม่ควรเป็นเพียงชื่อที่อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ต้องลงไปถึงห้องเรียนจริงลงไปถึงวิธีคิดของครู และสุดท้าย ต้องกลายเป็น “กระบวนการคิด” ที่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต AI อาจเก่งขึ้นทุกวัน แต่ภารกิจของการศึกษาคือทำให้มนุษย์ไม่หยุดคิด และหากโมเดลโรงเรียนต้นแบบ Active Learning–GPAS 5 Steps กำลังจะขยายเพิ่มขึ้นจริง สิ่งที่วงการศึกษาควรจับตาจากนี้จึงไม่ใช่เพียง “มีกี่โรงเรียน” แต่คือ โรงเรียนเหล่านั้นจะพิสูจน์ให้เห็นได้หรือไม่ว่า เราสามารถเปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่ “จำคำตอบ” ให้กลายเป็นพื้นที่ “สร้างคนที่คิดเป็น” ได้จริง

แม้ว่า AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างมหาศาลและสามารถช่วยมนุษย์ทำงานได้หลายด้าน แต่ AI ไม่สามารถแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะความสามารถในการคิด ตัดสินใจ คุณธรรม และความรับผิดชอบ พร้อมส่งสัญญาณสำคัญว่า “เราไม่ควรทำให้เด็กคิดน้อยลง แต่ต้องทำให้เด็กคิดเป็นมากขึ้น”

สำหรับหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดทั้งวัน เป็นการลงมือปฏิบัติจริง (Workshop) ในรูปแบบห้องปฏิบัติการนวัตกรรม (Innovation Lab) ครอบคลุมทักษะแห่งอนาคต 6 มิติสำคัญ ประกอบด้วย :

Prompt Like a Pro : เทคนิคการเขียนคำสั่ง AI เพื่อเจาะลึกและออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้

AI Content Studio & Visual Studio : การประยุกต์ใช้ AI สร้างสรรค์ภาพและกราฟิกเพื่อการศึกษา

AI Media Factory : การใช้ AI ผลิตสื่อนำเสนอและสื่อวิดีโอแบบมัลติมีเดียระดับมืออาชีพ

AI Interactive & Assessment Lab : การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลอัจฉริยะแบบเรียลไทม์

AI Smart & Safe : การสร้างความตระหนักรู้ในการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบและปลอดภัย

AI Classroom Showcase : การจัดแสดงและแลกเปลี่ยนนวัตกรรมชั้นเรียนต้นแบบ

ด้านผู้แทนคณะกรรมการจัดการอบรม ระบุว่า การจัดอบรมครั้งนี้คาดหวังผลสัมฤทธิ์ในระดับสูง โดยครูทั้ง 120 คน ที่ผ่านการอบรม จะต้องนำองค์ความรู้ไปเปลี่ยนแปลงห้องเรียนจริงทันที เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนสีกันฯ ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วย AI