กลุ่มหนัดกินผัก แถลงข่าว จัดงาน“Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026” ปักหมุด 13-14 มิ.ย.นี้ ที่ช่างชุ่ย เปิดเวทียกระดับมาตรฐานกัญชาไทย

วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ช่างชุ่ย Creative Park กลุ่มหนัดกินผักแถลงข่าวการจัดงาน Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026 Presented by Athena Thailand เตรียมจัดงานใหญ่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ ช่างชุ่ย Creative Park เปิดพื้นที่กลางของวงการกัญชาไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครบทุกมิติ ชูแนวคิด “คุณภาพดอก” สู่มาตรฐานสากล

นายณัฐวัฒน์ อรรถสวัสดิ์ หรือ “จานนัท” ผู้ก่อตั้งเทศกาล “หนัดกินผัก”กล่าวว่า งาน Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026 Presented by Athena Thailand ก่อตั้งเป็นปีที่ 6 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ ช่างชุ่ย Creative Park กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง “พื้นที่กลาง” ของวงการกัญชาไทย เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และยกระดับความเข้าใจเรื่อง “คุณภาพของดอก” ในทุกมิติการจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการผลักดันมาตรฐานคุณภาพดอกกัญชาให้ครอบคลุมมากกว่าความแรง ทั้งในด้านกลิ่น (terpene) รสชาติ มาตรฐานการปลูก และการใช้งานในบริบทต่าง ๆ พร้อมสร้างการรับรู้ต่ออาชีพ “นักปลูกกัญชา” (cultivator) ในฐานะอาชีพที่ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์เฉพาะทาง



ภายในงานแถลงข่าวมีไฮไลต์สำคัญ อาทิ เวิร์กช็อป “TASTE. TERP. TRUTH.” ที่จะพาผู้เข้าร่วมเรียนรู้มาตรฐานการประกวดดอก สนับสนุนการประกวดดอกมาตรฐาน โดย GUNKUL SMART FARMING ในระดับสากล ผ่านการทดลองชิม วิเคราะห์ terpene และจำลองกระบวนการให้คะแนนจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านการปลูก พันธุกรรม และเทคโนโลยีการบ่ม ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ เค — DrHighThaiนักปลูกกว่า 20 ปี จาก Hydro สู่ Living Soil และ Organicมองคุณภาพผ่านสายพันธุ์ ระบบปลูก และรายละเอียดของดอกในทุกขั้นตอนชิน — Eclipse Geneticsทำงานด้าน genetics และการคัดเลือก phenotype เพื่อหาคาแรกเตอร์ของดอกมองสายพันธุ์เป็นจุดตั้งต้นของคุณภาพและความแตกต่างหนุ่ย — Hightable Bangkokเชื่อมกัญชากับอาหารและประสบการณ์บนโต๊ะมองดอกเป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนของผู้ปลูกคริส — Terploc / Grove Bagsนักชิมและผู้พัฒนาเทคโนโลยีการบ่มเน้นการรักษา terpene และอ่านคุณภาพผ่านกลิ่น รส และความสะอาด


นอกจากนี้ ยังมีเวที Open Forum “เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง พื้นที่แห่งความเห็นที่ไม่จำเป็นต้องตรงกัน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากตัวแทนภาควิชาการ การแพทย์ เกษตรกร และผู้ประกอบการ โดยวิทยากรที่มีความรู้ตรง ประกอบด้วย อาจารย์อ๊อด — นักเคมี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสกัดนายแพทย์สมยศ — แพทย์แผนไทยคิตตี้ ช่อผกา — ตัวแทนเขียนอนาคตกัญชาไทยเสก บุญเติม — ตัวแทนเกษตรกรพอล ไทย สติ๊ค — ตัวแทนผู้ประกอบการฟาร์ม ดำเนินรายการโดย: Melody Sativaโดยมีประเด็นเสวนา ที่น่าสนใจ คือ* แนวโน้มกัญชาหลัง “กัญชาทางการแพทย์”* เส้นแบ่งระหว่างการใช้ทั่วไปและการรักษา* โครงสร้างและการเข้าถึง* บทบาทของแต่ละภาคส่วนในอนาคต เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางของกัญชาไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ทั้งแนวโน้มกัญชาหลังยุคการแพทย์ เส้นแบ่งการใช้งาน และโครงสร้างการเข้าถึงในอนาคตขณะเดียวกัน ภายในงานยังผสานกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและดนตรี เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของวงการกัญชาไทยในมิติร่วมสมัย และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงาน

ช่วงท้ายของวัน งานจะเปลี่ยนจากบทสนทนาสู่การเฉลิมฉลองวัฒนธรรม 4/20 พร้อมดนตรี sound system โดยMUANGAEK SOUNDSYSTEM — กลุ่ม DJ และ selector ที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรม reggae sound system ในไทย6V6T6rrr (Avatar) — ศิลปิน Modular Synthesizerการเสวนาเรื่อง “กัญชาทางการแพทย์” กลายเป็นเวทีสะท้อนความเห็นที่แตกต่างจากทั้งนักวิชาการและผู้ประกอบการ ท่ามกลางบริบทประเทศไทยปี 2569 ที่นโยบายกัญชายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเต็มไปด้วยข้อถกเถียงทั้งในเชิงนิยาม การใช้งาน และผลกระทบเชิงโครงสร้างประเด็นสำคัญอยู่ที่ความหมายของคำว่า “กัญชาทางการแพทย์” ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปร่วมกันอย่างชัดเจน อาจารย์อ๊อดมองว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และสอดคล้องกับระบบสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่พี่เพาเห็นว่า คำนี้มีนัยสำคัญในเชิงการสื่อสาร ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และทำให้กัญชาถูกมองว่าอยู่ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐานและการควบคุมอย่างไรก็ตาม อาจารย์สมยศตั้งข้อสังเกตในอีกมุมว่า การจำกัดกัญชาไว้เฉพาะทางการแพทย์ อาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจริง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ในเชิงสันทนาการ พร้อมชี้ว่าแนวทางนโยบายดังกล่าวอาจมีปัจจัยทางการเมืองและผลประโยชน์ของกลุ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้องแม้จะมีความเห็นที่หลากหลาย แต่เวทีเสวนาเห็นตรงกันว่า เมื่อกัญชาถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัว ทั้งผู้บริโภคที่ต้องเข้าใจกฎหมายใหม่ ผู้ประกอบการที่ต้องยกระดับมาตรฐานการผลิต และภาครัฐที่ต้องทำความเข้าใจและบังคับใช้กฎระเบียบอย่างถูกต้องในมิติทางธุรกิจ ผู้ประกอบการมองว่าการยกระดับกัญชาเข้าสู่มาตรฐานทางการแพทย์ จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาด โดยเฉพาะการส่งออก เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แม้ภายในประเทศยังมีข้อถกเถียงเรื่องรูปแบบการใช้ด้านคุณคิตตี้สรุปว่า ทิศทางของกัญชาในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างอำนาจที่ประชาชนมีข้อจำกัดในการกำหนด ดังนั้น การปรับตัวให้สอดรับกับนโยบายจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อความอยู่รอดของทั้งผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะยาว งานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากPresented by: Athena Thailandสนับสนุนหลัก: MT Grow FertilizerสนับสนุนการจัดงานKondee420’s, OGKRATOM, Stealth Garden Thailand,Nirvana Community, High Canna Farm, Thai Stick Co., Ltd.,Arunsweed, ช่างชุ่ย ครีเอทีฟ พาร์คPartnerDrk.Highthai, Terploc Thailand, Hightable Bangkok, Eclipse Genetic, Catss Lab, Blvcksmith, เนื้อไทยไดอารี่, KD Genetic, Livity420, Arunsweed, Dudesomboon, Yellow Reccordรวมถึงเครือข่ายพันธมิตรในอุตสาหกรรมจำนวนมาก สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันกัญชาไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐานและยั่งยืนในระดับสากล

