วันพฤหัสบดี, 12 มีนาคม 2026 | 7 : 29 pm
วันพฤหัสบดี, 12 มีนาคม 2026 | 7:29 pm

วช. ผนึกกำลัง มธ. เดินหน้าหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มุ่งสร้างเครือข่ายนักวิจัย – ยกระดับสู่การใช้งานจริง

วช. ผนึกกำลัง มธ. เดินหน้าหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มุ่งสร้างเครือข่ายนักวิจัย – ยกระดับสู่การใช้งานจริง

วันที่ 12 มีนาคม 2569 – โครงการการพัฒนาหลักสูตรเสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการอบรมหลักสูตร “เสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (RUSH)” ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมและขยายผลงานวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ของแต่ละภูมิภาค พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันข้อเสนอโครงการที่มีศักยภาพ เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการอบรมหลักสูตร RUSH ว่า “โครงการนี้ถือเป็นความริเริ่มอันดีของ วช. ที่ต้องการเห็นบุคลากรในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีเครือข่ายที่เข้มแข็งและได้รับการเสริมศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จนี้ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปีแรก สำหรับในระยะที่ 2 เราได้ยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง ท้ายที่สุดนี้ จากความสำเร็จในระยะแรกที่นักวิจัยสามารถยื่นขอรับทุนสนับสนุนในลักษณะงานวิจัยเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามเป้าหมาย ทำให้เรามั่นใจว่าเครือข่ายที่เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ขึ้นในปีนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความพยายาม ความหวัง และความห่วงใย จะนำพาทุกท่านไปสู่การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ตลอดจนร่วมกันยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่อีกขั้นหนึ่ง”

การรักษารางวัลจะได้รับเกียรติจากคุณศิรินทร์พรเดียวสภารองลงมาสำนักงานวิจัยแห่งชาติเป็นประธานกล่าวเปิดงานมากมาย

ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยและกล่าวชื่นชม 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่ต้องพึ่งพาตนเองเข้าใจและเข้าใจโลกไปพร้อมๆ กับเราที่จะเห็นรูปทรงท้องถิ่นที่สนับสนุนทุนที่คุณค่า ทว่าการได้รับทุนจากสิ่งเหล่านี้เพื่อประโยชน์ได้นั้น ครูมุ่งหวังว่าเวลา 3 วันหลังจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นการวิจัยและเครือข่ายความร่วมมือที่การวิจัยแต่ตอบโจทย์แนวทางการวิจัยขอสังคมไทยโดยอาศัยที่พึ่งพิงผู้บริหารกลุ่มคนได้โดยตรง”

นอกจากนี้ คุณแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดี โดยระบุว่า “การอบรมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเป็นเป้าหมายในการร่วมกันผลักดันการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม หลายคนมักตั้งคำถามว่า งานวิจัยที่ดีนั้นอยู่ที่ไหน อาจจะอยู่ในห้องสมุดหรืออยู่บนหิ้ง ความท้าทายที่สำคัญคือ เราจะนำงานวิจัยที่ดีเหล่านั้นลงจากหิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ดิฉันขอชื่นชมหลักสูตรนี้ที่มีความมุ่งมั่นในการนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบายสาธารณะ ด้านสังคมและชุมชน หรือด้านพาณิชย์ก็ตาม สำหรับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการสนับสนุนงานของวุฒิสภา ทั้งด้านการประชุม ด้านกฎหมาย และด้านวิชาการ เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ จึงได้สนับสนุนให้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลงานทางวิชาการและงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป”

พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้เกียรติขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ในบริบทไทย: จากรากฐานตะวันตกสู่การสร้างสรรค์ทฤษฎีของเราเอง” 

โดยระบุว่า “เราจะต้องสร้างสังคมศาสตร์ของเราให้เป็นสังคมศาสตร์อีกรูปแบบหนึ่งที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เป็นการศึกษาที่ไม่ได้ลอกเลียนแบบชาติตะวันตกทั้งหมด แต่เป็นการเรียนรู้จากตะวันตกโดยไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจ พร้อมทั้งนำมาประยุกต์ให้เป็นแม่แบบสำหรับประเทศที่มีบริบทหรือต้นทุนทางสังคมคล้ายคลึงกับไทย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม แม้กระทั่งในเรื่องของการทูต สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างแนวทางการทูตแบบไทยขึ้นมา เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งวิถีทาง (Approach) ที่น่าสนใจ อาจไม่ใช่รูปแบบประเทศมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Power) ในความหมายเดิมเสียทีเดียว แต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างของใคร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) ในปัจจุบัน มักถูกมองว่าเป็นความเป็นสากล (Universal Science) แต่แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่ความเป็นสากลเสมอไป ทว่าขึ้นอยู่กับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความสามารถในการสร้างสรรค์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ของแต่ละพื้นที่มากกว่า”

สำหรับการอบรมหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มีกำหนดจัดการอบรมทั้งในกรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยการอบรมในครั้งนี้ถือเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศได้เข้าร่วม ตลอดระยะเวลาการอบรมรูปแบบผสมผสานทั้ง Online และ On-site รวม 4 วัน ผู้เข้าอบรมจะได้รับการบ่มเพาะความรู้และทักษะในด้านต่าง ๆ ผ่านการฝึกปฏิบัติการ (Workshop) และการให้คำปรึกษา (Coaching) อย่างครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนด หลังจากนั้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้พัฒนาข้อเสนอโครงการให้มีความสมบูรณ์ โดยทางโครงการฯ จะมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และกำหนดให้มีการนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายต่อผู้เชี่ยวชาญในลำดับต่อไป