วันเสาร์, 10 มกราคม 2026 | 2 : 57 am
วันเสาร์, 10 มกราคม 2026 | 2:57 am

ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศจับตานโยบายพรรคการเมือง ชี้ต้องใส่ใจแก้ปัญหาช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบ ก่อนตัดสินใจใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 2569

ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศจับตานโยบายพรรคการเมือง ชี้ต้องใส่ใจแก้ปัญหาช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบ ก่อนตัดสินใจใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 2569

ชาวไร่ยาสูบวอนผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมือง หันมาใส่ใจปัญหาปากท้อง หลังอุตสาหกรรมยาสูบส่อเค้าวิกฤต “บุหรี่เถื่อน-โครงสร้างภาษี” ฉุดซบเซายาวนานนับสิบปี หวังเห็นนโยบายแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนตัดสินใจเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์นี้ 

นายกิตติทัศน์ ผาทอง เลขาภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ ตัวแทนสมาคมชาวไร่ยาสูบจากภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคอีสาน เผยว่า ชาวไร่ยาสูบเป็นเกษตรกรกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก มีการปลูกยาสูบในกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ มากกว่า 25,000 ครัวเรือน คิดเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องและพึ่งพาอาชีพนี้มากกว่า 100,000 รายในจังหวัดสำคัญ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย ร้อยเอ็ด นครพนม โดยอุตสาหกรรมยาสูบมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ภาษีบุหรี่ให้รัฐปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท และส่งออกต่างประเทศอีกกว่า 500 ล้านบาทต่อปี 

“ทุกวันนี้ ชาวไร่ยาสูบต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายลดฮวบ เพราะผู้บริโภคหันไปสูบบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้รายได้จากการขายใบยาสูบทั่วประเทศทรุดตัว แม้ก่อนหน้านี้จะมีการเสนอแนวทางแก้ไข ทั้งเรื่องการปรับโครงสร้างภาษียาสูบให้มีความเหมาะสม การเปิดทางสินค้าทางเลือกใหม่ หรือการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง เพื่อช่วยเหลือชาวไร่และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาสูบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดเดินหน้าจริงจัง ทำให้ชาวไร่และประเทศต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างน่าเสียดาย” นายกิตติทัศน์ ระบุ 

“ที่ผ่านมา ชาวไร่ยาสูบฝากความหวังไว้กับผู้แทนราษฎรในพื้นที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง ผลักดันแก้ไขปัญหาในสภา จนได้รับความช่วยเหลือหลายด้าน เช่น เงินชดเชยรายได้ ปรับราคารับซื้อใบยาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น จึงอยากวิงวอนผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองทุกพรรค ยกระดับปัญหานี้เป็นวาระสำคัญของพรรค เสนอนโยบายช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกยาสูบปี 2568/2569 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวไร่เดินหน้าประกอบอาชีพต่อไปได้”