บนหน้าจอเฝ้าติดตาม มีหมูตัวหนึ่งกำลังกินอาหารอย่างสงบภายในคอกแยกเดี่ยว สถานที่เลี้ยงของมันสะอาดยิ่งกว่าห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) หู เสี่ยว รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Zhongke Aoge Biotechnology Co., Ltd. (ต่อไปนี้เรียกว่า “จงเคออ้าวเก๋อ”) ยืนมองภาพบนหน้าจอด้วยความพึงพอใจ
หมูเหล่านี้ถูกเลี้ยงในคอกแยกเดี่ยว ได้รับอาหารสูตรเฉพาะ คลอดด้วยวิธีผ่าตัดคลอด ไม่ได้กินนมแม่ และถูกนำเข้าสู่ตู้อุปกรณ์แยกเชื้อทันทีหลังคลอดเพื่อเลี้ยงด้วยวิธีให้อาหารโดยมนุษย์ ก่อนย้ายไปยังสถานที่เลี้ยงที่มีความสะอาดระดับสูงเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่เลี้ยงหมูต้องสวมชุดป้องกันการปนเปื้อนเต็มรูปแบบ และสามารถออกจากฐานเพาะเลี้ยงได้เพียงทุก 3 เดือน เมื่อกลับเข้ามายังต้องผ่านการกักตัวและตรวจคัดกรองอีกครั้ง ภายในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทจงเคออ้าวเก๋อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลอิ๋นซาน อำเภอจือจง เมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน บนพื้นที่ประมาณ 330 หมู่ มีการเลี้ยงหมูกลุ่มพิเศษเหล่านี้ ซึ่งเป็นหมูผู้บริจาคอวัยวะที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม โดยจุดหมายสุดท้ายของพวกมันไม่ใช่โต๊ะอาหาร แต่เป็นห้องผ่าตัด
หมูที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมภายในห้องปฏิบัติการ ภาพโดย ไช่ อวี่ซิน นักศึกษาฝึกงาน
มาตรฐานการเลี้ยงที่เข้มงวดเช่นนี้มีเหตุผลสำคัญ เนื่องจากอวัยวะของหมูเหล่านี้จะถูกนำไปปลูกถ่ายให้กับมนุษย์
261 วัน หรือเกือบ 9 เดือน คือระยะเวลาที่ไตจากหมูตัดต่อพันธุกรรมสามารถทำงานอยู่ภายในร่างกายของผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายได้
ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ทีมวิจัยของโต้ว เคอเฟิง นักวิชาการจากโรงพยาบาลซีจิง ได้ใช้หมูที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม 6 ยีนของบริษัทจงเคออ้าวเก๋อ ดำเนินการปลูกถ่ายไตจากหมูตัดต่อพันธุกรรมให้แก่ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายเป็นครั้งแรกในเอเชีย และเป็นครั้งที่ 5 ของโลก โดยไตหมูสามารถทำงานได้นาน 261 วัน และความสำเร็จดังกล่าวได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน 10 ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แห่งปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ของวารสาร Science
สำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย การเปลี่ยนจากภาวะที่ไม่สามารถรอรับอวัยวะบริจาคได้ทัน มาเป็นการมีไตหมูที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง นับเป็น 261 วันที่เต็มไปด้วยความหวัง
แล้วหลังจากผ่านไป 261 วัน เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ซึ่งเป็นวันที่ 261 หลังการผ่าตัด ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลซีจิงได้ผ่าตัดนำไตที่ปลูกถ่ายออกจากร่างกายผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ อีกทั้งยังเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ทั้งการติดเชื้อในปอด ภาวะหัวใจล้มเหลว และเลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งเร่งให้ไตที่ปลูกถ่ายสูญเสียการทำงาน หลังจากประเมินสถานการณ์โดยรอบด้านแล้ว ทีมแพทย์จึงตัดสินใจผ่าตัดนำไตออกเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยได้รับความยินยอมจากครอบครัว
สำหรับกรณีเปรียบเทียบ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) โรงพยาบาล Massachusetts General Hospital ในสหรัฐอเมริกา ได้ปลูกถ่ายไตหมูให้แก่ทิม แอนดรูว์ส (Tim Andrews) อายุ 66 ปี โดยไตหมูสามารถทำงานได้นาน 271 วัน ก่อนถูกผ่าตัดนำออกเช่นกัน เนื่องจากภาวะหลอดเลือดขนาดเล็กอุดตันจากลิ่มเลือด ต่อมาอีก 82 วัน เขาได้รับไตบริจาคจากมนุษย์ที่มีความเข้ากันได้และเข้ารับการปลูกถ่ายสำเร็จ
กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ไตหมูสามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมชั่วคราว” ได้จริง โดยช่วยทดแทนการทำงานของไตในช่วงที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถหาไตบริจาคจากมนุษย์ได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตระหว่างรอรับอวัยวะ
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสำเร็จตลอด 261 วันนี้ คือแนวทางทางเทคโนโลยีที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน
การปลูกถ่ายไตหมูในสหรัฐอเมริกากรณีดังกล่าวใช้การดัดแปลงพันธุกรรมถึง 69 ตำแหน่ง ขณะที่บริษัทจงเคออ้าวเก๋อตัดต่อพันธุกรรมเพียง 6 ยีน แต่สามารถรักษาการทำงานของไตไว้ได้ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ความแตกต่างระหว่างตัวเลข 6 กับ 69 จึงไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบจำนวนเท่านั้น เพราะการตัดต่อพันธุกรรมในตำแหน่งที่น้อยกว่า สะท้อนถึงการคัดเลือกยีนสำคัญของนักวิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ยีนทั้ง 6 ตัวนี้มีหน้าที่แตกต่างกัน
ขั้นตอนแรกคือการตัดยีน 3 ตัว ได้แก่ GGTA1, CMAH และ B4GALNT2 ออก เนื่องจากแอนติเจนชนิดน้ำตาล 3 ชนิดบนผิวเซลล์ของหมูเปรียบเสมือนป้ายระบุว่า “นี่คือเซลล์หมู” ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ตรวจพบและเข้าทำลายไตหมูได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การตัดยีนทั้ง 3 ตัวออกจึงเปรียบเสมือนการลบป้ายระบุดังกล่าว ซึ่งถือเป็นด่านสำคัญขั้นแรกที่กำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์
นักวิจัยกำลังปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการของบริษัทจงเคออ้าวเก๋อ ภาพโดย จ้าว จู่เล่อ / People’s Daily Online
ขั้นตอนต่อมาคือการนำยีนของมนุษย์ 3 ตัวเข้าสู่เซลล์หมู ได้แก่ ยีนควบคุมโปรตีนระบบคอมพลีเมนต์ 2 ตัว ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ถังดับเพลิง” ช่วยยับยั้งการโจมตีของระบบภูมิคุ้มกัน และยีนควบคุมการแข็งตัวของเลือดอีก 1 ตัว ซึ่งเปรียบเสมือน “ตำรวจจราจร” ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดขนาดเล็กจากการเกิดลิ่มเลือด
บริษัทจงเคออ้าวเก๋อได้แสดงให้เห็นว่า จำนวนยีนที่ตัดต่อไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงบวกโดยตรงกับประสิทธิผล กล่าวคือ การตัดต่อพันธุกรรมจำนวนมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอไป
อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกยีนทั้ง 6 ตัวได้อย่างเหมาะสมเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การพัฒนาหมูผู้บริจาคอวัยวะให้ได้มาตรฐานสำหรับการใช้งานทางคลินิกยังต้องควบคุมทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การโคลนนิ่งเซลล์ร่างกาย การผ่าตัดคลอด การไม่ให้ลูกหมูกินนมแม่ ไปจนถึงการเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มีความสะอาดระดับสูงเป็นพิเศษ ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาสายพันธุ์หมูผู้บริจาคอวัยวะแล้วมากกว่า 10 สายพันธุ์ และรับผิดชอบโครงการวิจัยระดับชาติและระดับมณฑลรวมกว่า 20 โครงการ ในเดือนเมษายนปีนี้ อาคารบริการด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เปิดใช้งาน พร้อมห้องผ่าตัดสะอาดระดับ 1,000 และห้องปฏิบัติการสะอาดระดับ 10,000 ซึ่งรองรับการทดลองปลูกถ่ายอวัยวะจากหมูสู่ลิง
ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ บริษัทจงเคออ้าวเก๋อได้สนับสนุนโรงพยาบาลในเครือแห่งที่ 1 ของมหาวิทยาลัยการแพทย์คุนหมิง ดำเนินการปลูกถ่ายตับและไตจากหมูตัดต่อพันธุกรรม 6 ยีนร่วมกันให้แก่ผู้รับอวัยวะที่อยู่ในภาวะสมองตาย โดยตับและไตหมูสามารถทำงานร่วมกันภายในร่างกายผู้รับได้นาน 11 วัน สร้างสถิติระยะเวลายาวนานที่สุดในโลก ต่อมาในเดือนพฤษภาคม บริษัทได้สนับสนุนโรงพยาบาลในเครือแห่งที่ 2 ของมหาวิทยาลัยการแพทย์กว่างซี ดำเนินการปลูกถ่าย “ตับทั้งอวัยวะในตำแหน่งเดิมร่วมกับไตทั้งสองข้าง” จากหมูตัดต่อพันธุกรรมให้แก่ผู้รับอวัยวะที่อยู่ในภาวะสมองตายเป็นครั้งแรกของโลก และได้รับการรายงานโดย Nature News
สำหรับการวิจัยก่อนการทดลองทางคลินิก การปลูกถ่ายไตจากหมูสู่ลิงสามารถทำให้ลิงมีชีวิตรอดได้นานกว่า 700 วัน ขณะที่การปลูกถ่ายหัวใจจากหมูสู่ลิงในตำแหน่งเดิมสามารถทำให้ลิงมีชีวิตรอดได้นานกว่า 46 วัน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของจีน นอกจากนี้ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) บริษัทยังประสบความสำเร็จในการใช้ตับหมูตัดต่อพันธุกรรมผ่านระบบไหลเวียนเลือดนอกร่างกาย เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยภาวะตับวายเป็นครั้งแรกของโลก ตั้งแต่การวิจัยในผู้รับอวัยวะที่อยู่ในภาวะสมองตาย การปลูกถ่ายอวัยวะทางคลินิกให้แก่ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไปจนถึงการรักษาภาวะตับวายด้วยระบบไหลเวียนเลือดนอกร่างกาย เทคโนโลยีการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์กำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ในด้านการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ บริษัทจงเคออ้าวเก๋อไม่ใช่ผู้พัฒนาเพียงรายเดียวของโลก ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการปลูกถ่ายไตหมู 2 โครงการ ทำให้การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ก้าวจากการรักษาเป็นกรณีพิเศษด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมเข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิกอย่างเป็นทางการ ขณะที่บริษัท eGenesis มีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะแล้ว 5 ราย โดยในจำนวนนี้มี 3 รายที่ไตหมูสามารถทำงานภายในร่างกายได้นานกว่า 8 เดือน แสดงให้เห็นว่าไตหมูสามารถทำหน้าที่ทดแทนการทำงานของไตมนุษย์ได้นานหลายเดือน
พาน เติงเคอ มีมุมมองที่เน้นการนำไปใช้จริงมากกว่า โดยเห็นว่าในระยะสั้นอีก 3–5 ปีข้างหน้า การปลูกถ่ายไตข้ามสายพันธุ์มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้ทางคลินิกในฐานะ “สะพานเชื่อมชั่วคราว” เพื่อช่วยยืดระยะเวลาให้แก่ผู้ป่วยที่ยังไม่สามารถรอรับไตบริจาคจากมนุษย์ได้ ส่วนการปลูกถ่ายอวัยวะตามความต้องการและการจัดหาอวัยวะในเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง ยังจำเป็นต้องพัฒนาข้อมูลการอยู่รอดระยะยาวจำนวนมาก ระบบการผลิตหมูผู้บริจาคอวัยวะที่ได้มาตรฐาน และการควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในประเทศจีนมีผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายจำนวนมาก ขณะที่อวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยสูญเสียโอกาสในการรักษาระหว่างรอรับอวัยวะ การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์จึงได้รับการมองว่าเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอวัยวะบริจาค
ในปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) พาน เติงเคอ ผู้ก่อตั้งบริษัทจงเคออ้าวเก๋อ ได้นำหมูตัดต่อพันธุกรรมเข้ามาพัฒนาในมณฑลเสฉวน นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้เคยประสบความสำเร็จในการพัฒนาหมูโคลนนิ่งจากเซลล์ร่างกายตัวแรกของจีนเมื่อปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) และท้ายที่สุดเลือกตั้งฐานดำเนินงานในอำเภอจือจง เมืองเน่ยเจียง ซึ่งเป็นอำเภอเกษตรกรรมดั้งเดิมที่พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมซึ่งยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) บริษัทได้เข้าตั้งกิจการภายในอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรแห่งชาติเมืองเน่ยเจียง และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐรวม 39.68 ล้านหยวน พร้อมจัดสรรพื้นที่ดำเนินงาน 330 หมู่ ต่อมาในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) บริษัทจงเคออ้าวเก๋อได้เป็นผู้นำร่วมกับสถาบันและหน่วยงานอีก 18 แห่ง รับผิดชอบโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำคัญระดับชาติด้าน “โรคเรื้อรังสำคัญ 4 กลุ่ม” ขณะที่การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์เมืองเน่ยเจียงก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จากบริษัทเพียงแห่งเดียวสู่การพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม หู เสี่ยว กล่าวว่า สิ่งที่เขาคาดหวังมากที่สุดคือ “การมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร และสามารถดึงดูดบุคลากรให้เข้ามาทำงานได้”
ปัจจุบันหมูตัดต่อพันธุกรรมกว่า 500 ตัวกำลังเติบโตอยู่ภายในฐานเพาะเลี้ยง ขณะที่การทดลองปลูกถ่ายอวัยวะจากหมูสู่ลิงยังคงดำเนินต่อไปภายในอาคารนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมูแต่ละตัวที่นี่อาจมีส่วนช่วยต่อยอดความสำเร็จจากระยะเวลา 261 วัน และสร้างความหวังให้แก่ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย
(ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online จ้าว จู่เล่อ, ฟ่าน เฉินเซียน นักศึกษาฝึกงาน มีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและเขียนรายงาน)
(บรรณาธิการ: หลัว อวี้, เกา หงเสีย) ที่มา People’s Daily Online
