เวลา 20.00 น. ถนนเป่ยเจียในเมืองเซียงหยาง มณฑลหูเป่ย เต็มไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา บริเวณหน้าอนุสรณ์สถานตาน เม่าชียน มีการเปิดแสดงละครสั้นย้อนยุคเรื่อง “คุณธรรมและความชอบธรรมสามฉื่อ” โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างมารวมตัวกันจนแน่นบริเวณปากตรอก ถนนสายเก่าแห่งนี้เคยเงียบสงบตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00–21.00 น. แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดของวัน
“เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวที่มาเซียงหยางมักเดินเที่ยวถนนเป่ยเจียเพียงรอบเดียวแล้วก็กลับ แต่ตอนนี้แตกต่างออกไป เพราะช่วงกลางคืนกลายเป็นไฮไลต์สำคัญ” มัคคุเทศก์ประจำเมืองโบราณกล่าวขณะยืนอยู่ใต้หอเจาหมิง โดยมีจัตุรัสหอกลองที่เพิ่งปรับปรุงแล้วเสร็จอยู่ด้านหลัง บนจอภาพสามมิติแบบไม่ต้องสวมแว่นตา (Naked-eye 3D) ปรากฏภาพขององค์รัชทายาทเจาหมิงที่กำลังโต้ตอบกับนักท่องเที่ยวผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง
หอเจาหมิง ศูนย์กลางของเมืองโบราณเซียงหยาง ภาพโดย เผิง อวิ๋นตี๋ / People’s Daily Online
นี่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงแรกหลังการปรับปรุงเมืองโบราณเซียงหยางครั้งใหญ่ จากเดิมที่นักท่องเที่ยวเพียงเดินทางมาเยี่ยมชมเมืองโบราณ สู่การส่งเสริมให้พักค้างคืน เมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,800 ปีแห่งนี้กำลังใช้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวยามค่ำคืนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
การเปลี่ยนแปลงของถนนเป่ยเจียสะท้อนถึงการฟื้นฟูเมืองโบราณเซียงหยางในภาพรวม ในอดีตแหล่งท่องเที่ยวภายในเมืองโบราณกระจุกตัวอยู่เพียงถนนสายหลักหนึ่งสาย ประตูเมืองหนึ่งแห่ง และพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวชมในช่วงกลางวันแล้วเดินทางกลับทันที ดังนั้น การเปลี่ยนจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือน เป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ในพื้นที่นานขึ้น จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญ โดยการท่องเที่ยวยามค่ำคืนถือเป็นแนวทางหลักในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
เมื่อเดินผ่านประตูเมืองเข้าสู่ถนนเป่ยเจียภายในเมืองโบราณ จะพบกับบรรยากาศที่คึกคักไปด้วยผู้คน ภาพโดย เผิง อวิ๋นตี๋ / People’s Daily Online
“เรายึดมั่นในหลักการที่ว่าจะไม่มีการรื้อถอนเมืองเก่าเพิ่มเติม โดยใช้แนวทางการปรับปรุงขนาดเล็กและมองเมืองโบราณเสมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง” ผู้รับผิดชอบคณะกรรมการบริหารเมืองโบราณกล่าว พร้อมอธิบายว่า ใน ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) เมืองเซียงหยางได้เปิดรับพันธมิตรร่วมพัฒนาเมือง โดยครอบคลุมพื้นที่ใจกลางเมืองโบราณประมาณ 5.6 ตารางกิโลเมตร ภายใต้รูปแบบความร่วมมือระยะยาว แบ่งเป็นระยะก่อสร้าง 3 ปี และระยะดำเนินงาน 20 ปี จากโครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ทั้งหมด 42 โครงการ มี 26 โครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยจุดเชื่อมต่อสำคัญ เช่น สะพานเชื่อมประตูเมืองตะวันออก และพื้นที่ตอนเหนือของเส้นทางท่องเที่ยวรอบคูเมืองที่จัดแสดงเรื่องราวอดีตและปัจจุบัน ได้รับการพัฒนาและเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การท่องเที่ยวเมืองโบราณเปลี่ยนจากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเป็นจุด ๆ ไปสู่การสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่
การแสดงแสงสีในยามค่ำคืนของเมืองโบราณดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ภาพโดย หยาง ตง
เมื่อค่ำวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) ก่อนการประชุมพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมณฑลหูเป่ย ประจำปี ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) จะเริ่มขึ้นไม่นาน ได้มีการจัดแสดงแสงสีบนกำแพงเมืองโบราณเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิดการผสมผสานองค์ประกอบสามส่วน ได้แก่ ภูเขาเป็นฉากหลัง แม่น้ำเป็นภาพประกอบ และเมืองเป็นจุดศูนย์กลาง โดยมีการฉายภาพบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น องค์รัชทายาทเจาหมิง หมี่ ฝู และฮูหยินหาน ปรากฏบนกำแพงเมืองตามลำดับ พร้อมแสงสะท้อนบนผิวน้ำที่สร้างบรรยากาศโดดเด่น
“กำแพงเมืองโบราณกลายเป็นจอภาพขนาดใหญ่ ถ่ายทอดฉากจากวรรณกรรมสามก๊กและสงครามเซียงหยางได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจมาก” นายหลิว นักท่องเที่ยวจากเมืองซิ่นหยาง มณฑลเหอหนาน กล่าวชื่นชม
บนแม่น้ำฮั่นเจียง โครงการล่องเรือชมการแสดง “วีรบุรุษสะท้อนขุนเขาและสายน้ำ” นำเหตุการณ์สงครามป้องกันเมืองเซียงหยางในช่วงปลายราชวงศ์ซ่งใต้มาเป็นเนื้อหาหลัก พร้อมนำเสนอรูปแบบการแสดง “โรงละครล่องน้ำ” เป็นครั้งแรก โดยใช้เรือเป็นพื้นที่นั่งชมการแสดงที่เคลื่อนที่ไปตามแม่น้ำ ริมฝั่งเป็นเวทีการแสดงที่เปลี่ยนไปตามเส้นทาง และกำแพงเมืองโบราณเป็นฉากขนาดใหญ่ตามธรรมชาติ
นักท่องเที่ยวชมการแสดงแสงสีในยามค่ำคืนที่เมืองโบราณเซียงหยาง ภาพโดย หยาง ตง
บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ลานจอดรถเดิมที่รองรับรถยนต์ได้เพียง 58 คัน ได้รับการปรับปรุงเป็นลานสนามหญ้าขนาด 3,600 ตารางเมตร ขณะที่พื้นที่ริมฝั่งถนนปินเจียงตลอดระยะทาง 2.4 กิโลเมตร ได้รับการปรับปรุงโดยขยายทางเดินจากเดิมที่มีความกว้างไม่ถึง 1 เมตร เป็น 5 เมตร พร้อมเปิดมุมมองระหว่างริมแม่น้ำกับกำแพงเมืองให้สามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน หวัง เจี้ยนกั๋ว ชาวเมืองเซียงหยางที่กำลังเดินเล่นริมแม่น้ำ กล่าวว่า “เมื่อก่อนบริเวณนี้มีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก แต่ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งใหม่สำหรับชมวิวเมืองโบราณและถ่ายภาพเช็กอิน”
ข้อมูลสถิติสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยในช่วงวันหยุดวันแรงงานเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) ย่านการค้าหอเจาหมิง–ถนนเป่ยเจียรองรับนักท่องเที่ยวรวม 180,000 คน-ครั้ง ส่งผลให้ร้านค้ากว่า 700 แห่งบนถนนเป่ยเจียได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกัน ขณะที่ย่านถนนก่วนเจียเซี่ยงมียอดนักท่องเที่ยวสะสมมากกว่า 10 ล้านคน-ครั้งนับตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยระยะเวลาพำนักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 20 นาทีเป็น 2 ชั่วโมง
“เคารพประวัติศาสตร์โดยไม่ยึดติดกับอดีต และรักษาหลักการโดยไม่ปิดกั้นการเปลี่ยนแปลง” สวี ปิง กรรมการประจำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมืองเซียงหยางและหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า เมืองโบราณเซียงหยางมุ่งนำคุณค่าทางวัฒนธรรมของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น องค์รัชทายาทเจาหมิงและหมี่ ฝู มาพัฒนาเป็นอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “เซียงหยางแห่งคุณธรรมและวีรบุรุษ” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองเซียงหยางจากหน้าประวัติศาสตร์สู่การรับรู้ของประชาชนในวงกว้าง
แสงไฟริมแม่น้ำส่องสว่างเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ทำให้เมืองโบราณเซียงหยางกลับมามีชีวิตชีวายิ่งขึ้นในยามค่ำคืน
(ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online กัว ถิงถิง, เผิง อวิ๋นตี๋)
(บรรณาธิการ: จาง เพ่ย, จาง จวิ้น)
ที่มา People’s Daily Online
