ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนใต้สุดสยาม เมืองพหุวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยความกลมเกลียวของพี่น้องประชาชน การขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาครั้งประวัติศาสตร์ก็ดำเนินไปอย่างคึกคักไม่แพ้กัน หลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) และคณะกรรมการเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดได้เดินหน้าจัดโครงการอบรม “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน” สำหรับสนามที่ 4 ณ จังหวัดยะลา ถือเป็นศูนย์รวมพลังทางปัญญาครั้งใหญ่ที่สะท้อนความมุ่งมั่นของบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ การอบรมได้จัดขึ้นใน วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา
โดยมีความโดดเด่นสะท้อนผ่านพลังการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนหนาแน่นถึง 400 คน เปรียบเสมือนการหลอมรวมหัวใจของคนในพื้นที่ ในการร่วมกันติดอาวุธทางปัญญา นำนวัตกรรมการเรียนรู้และสื่อดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน สอดรับกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป
นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ระบุว่า ยะลาเป็นหนึ่งใน 8 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การพัฒนาครูให้สามารถส่งเสริมเด็กคิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติ จะช่วยสร้างรากฐานสำคัญของเยาวชนในอนาคต
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. มองว่า ความท้าทายของการศึกษาไทยที่สะท้อนผ่านผลประเมิน PISA คือความจำเป็นในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหา จึงต้องเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้จากการจดจำเนื้อหา ไปสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้วยตนเอง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ที่มีทรัพยากรทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง และผลไม้ หากเด็กได้รับการฝึกทักษะการเป็นนักนวัตกรตั้งแต่เยาว์วัย ก็จะสามารถนำทรัพยากรเหล่านี้มาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ได้
ดร.ศักดิ์สิน ยังมั่นใจว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ มีโอกาสประสบความสำเร็จเร็วกว่ากรอบ 3 ปี เพราะผู้บริหารและครูให้ความสนใจอย่างจริงจัง หากเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริหารและครูได้ ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้เรียนทั้งระบบ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า นวัตกรรมการเรียนรู้ของ พว. ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่นที่นำกิจกรรมการเรียนรู้ไปแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น และสิงคโปร์ที่เคยแสดงความสนใจร่วมลงทุน แต่ยืนยันว่าต้องการเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เด็กไทยก่อนขยายองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติ
ด้านนายอามีน กะดะแซ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา ชี้ว่า หัวใจสำคัญของการยกระดับคุณภาพการศึกษาอยู่ที่ครู หากยังใช้วิธีสอนแบบเดิม คุณภาพผู้เรียนก็ยากจะเปลี่ยน แต่หากครูเข้าใจการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เปิดโอกาสให้เด็กคิดและลงมือปฏิบัติจริง ก็จะช่วยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ ดร.มูหัมมะริดวาน เล๊ะนุ๊ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดยะลา สะท้อนว่า ผู้บริหารและครูในพื้นที่ตื่นตัวอย่างมากกับการเรียนรู้รูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเรียนการสอน พร้อมนำองค์ความรู้จากการอบรมไปขยายผลในโรงเรียน เพื่อให้เด็กชายแดนใต้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการอบรมครู แต่เป็นความพยายามเปลี่ยนอนาคตการศึกษาชายแดนใต้ จากห้องเรียนที่เน้นการรับความรู้ สู่ห้องเรียนที่สร้างนักคิด นักแก้ปัญหา และนักนวัตกร ที่สามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้
