วันพฤหัสบดี, 10 กันยายน 2026 | 10 : 13 pm
วันพฤหัสบดี, 10 กันยายน 2026 | 10:13 pm

ดรุณาราชบุรี ใช้ GPAS 5 Steps พลิกโฉมวงการการศึกษา เด็กจากผู้จำ สู่ผู้คิด–ลงมือทำ–สร้างนวัตกรรม คณะผู้บริหารเทศบาลนครสมุทรปราการศึกษาดูงานActive Learning โมเดล GPAS 5 Steps

สำหรับโรงเรียนดารุณาราชบุรี ที่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักบริหารการศึกษาและบุคลากรทั่วประเทศ หลังจากสร้างผลงานเชิงประจักษ์จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา คณะผู้บริหาร และครูจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ได้ยกคณะเดินทางมาเยี่ยมเยียนและศึกษาดูงานการจัดห้องเรียนต้นแบบนวัตกร ของโรงเรียนดารุณาราชบุรี เพื่อเรียนรู้กระบวนการขับเคลื่อนหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้เด็กๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง การศึกษาดูงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอันโดดเด่นของโรงเรียนดารุณาราชบุรี ที่ไม่เพียงแต่พัฒนาศักยภาพเด็กนักเรียนในพื้นที่ของตนเองเท่านั้น แต่ยังพร้อมเปิดบ้านต้อนรับและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่เครือข่ายสถานศึกษาอื่นๆ จากทั่วประเทศในฐานะต้นแบบแห่งการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี มองว่า หัวใจสำคัญที่สุดประการหนึ่งไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์หรือเทคโนโลยี แต่คือ Mindset ของครูเพราะต่อให้มีหลักสูตร Active Learning แต่หากบทบาทของครูยังคงเป็นผู้พูด ผู้กำหนดคำตอบ และเด็กเป็นเพียงผู้รับ กระบวนการคิดของเด็กก็เกิดขึ้นได้ยาก “ถ้าคุณครูไม่เปลี่ยน Mindset มันไม่เกิด” เมื่อครูเปลี่ยนจากการให้คำตอบ มาเป็นผู้ตั้งคำถามและสร้างสถานการณ์ให้เด็กคิด บทบาทในห้องเรียนจึงเริ่มกลับด้าน ครูอาจต้องเตรียมการมากขึ้นก่อนเข้าห้อง แต่เมื่อเริ่มเรียนจริง ครูกลับพูดน้อยลง ขณะที่เด็กต้องทำงานทางความคิดมากขึ้น

อีกหัวใจหนึ่งคือ ความต่อเนื่อง โรงเรียนไม่ได้ทำ Active Learning เป็นกิจกรรมพิเศษเฉพาะบางวิชา หรือทำเพื่อโชว์ในบางโครงการ แต่พยายามวางกระบวนการคิดต่อเนื่องตั้งแต่เด็กปฐมวัย ไล่ระดับขึ้นไปจนถึงมัธยมปลาย เพื่อให้ “วิธีคิด” กลายเป็นทักษะติดตัว ไม่ใช่เทคนิคที่ใช้เฉพาะเวลาเรียนวิชาหนึ่งเป้าหมายในระยะต่อไป จึงเป็นการเพิ่มความเข้มข้นของกระบวนการนี้ พร้อมรักษาปรัชญาของโรงเรียน “คุณธรรมนำวิชา พัฒนาสุข” เพื่อให้ความสามารถในการคิดและสร้างสิ่งใหม่ เดินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคม Good Student ต้องเริ่มจาก Good Teacher

นางปาลิกา ศรีสารากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ โรงเรียนดรุณาราชบุรี บอกว่า ผลที่โรงเรียนเห็นชัดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักเรียน แต่เกิดกับครูด้วย เมื่อเปลี่ยนจาก Passive Learning มาเป็น Active Learning โรงเรียนเริ่มมองเห็นสิ่งที่แต่เดิมอาจซ่อนอยู่ในตัวเด็ก ทั้งความสามารถในการคิด คุณลักษณะ การแก้ปัญหา และความรู้ที่เด็กสร้างขึ้นจากประสบการณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกัน ครูต้องเปลี่ยนทั้งกระบวนการคิด วิธีสอน และวิธีประเมิน “ถ้าในอนาคตเราจะมี Good Student เราต้องมี Good Teacher” การวัดผลจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงตัดสินว่าใครผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ต้องใช้เพื่อดูด้วยว่า เด็กพัฒนาไปถึงไหนแล้ว และครูต้องช่วยเติมตรงไหนต่อ GPAS 5 Steps ไม่ได้เริ่มจาก “ทำกิจกรรมสนุก” แต่เริ่มจากระบบคิด สิ่งที่เรียกว่า GPAS 5 Steps ประกอบด้วยกระบวนการตั้งแต่การรวบรวมและคัดเลือกข้อมูล การคิดวิเคราะห์และจัดกระทำข้อมูล การนำความรู้ไปลงมือปฏิบัติ การสื่อสารนำเสนอ ไปจนถึงการกำกับและประเมินการเรียนรู้ของตัวเอง โดยเป้าหมายสำคัญคือทำให้ผู้เรียนสร้างความรู้และนำไปใช้แก้ปัญหาจริงได้ ไม่ใช่เพียงรับข้อมูลจากครู

นางสาวณภัชภา ชุติถาวรพัฒน์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลนครสมุทรปราการ มองว่า จุดที่น่าสนใจของดรุณาราชบุรี คือการนำ GPAS 5 Steps ไปใช้ในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนกว่า 4,000 คน และทำให้เกิดการจัดการเรียนรู้ในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่เห็นจึงไม่ใช่เพียงผลงานเด็กปลายทาง แต่รวมถึงนโยบายผู้บริหาร ระบบบริหารจัดการ และการส่งต่อแนวทางจากผู้บริหารไปสู่ครู ก่อนจะลงไปถึงตัวผู้เรียน

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ซึ่งมีบทบาทผลักดันแนวคิด GPAS 5 Steps ในระบบการศึกษาไทย เคยอธิบายกรอบสำคัญของ Active Learning ไว้ในทิศทางเดียวกันว่า ผู้เรียนต้องไม่เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่ต้องเป็น “เจ้าของการเรียนรู้” ตั้งแต่การแสวงหาข้อมูล คิดวิเคราะห์ ลงมือแก้ปัญหา สื่อสาร ไปจนถึงสร้างคุณค่าจากสิ่งที่เรียนรู้ ดังนั้น Active Learning จึงไม่ควรถูกตีความเพียงว่า “ครูพาเด็กทำกิจกรรมเยอะขึ้น” เพราะหากทำกิจกรรมเสร็จแล้วเด็กยังไม่ได้คิด กระบวนการเรียนรู้ก็อาจไม่ได้เปลี่ยนจากเดิมมากนัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ห้องเรียนมีกิจกรรมหรือไม่ แต่คือ ในกิจกรรมนั้น เด็กได้คิดอะไรด้วยตัวเองบ้าง เทศบาลนครสมุทรปราการมาดู ไม่ใช่แค่ “ห้องเรียน” แต่ดูทั้งระบบ

โมเดลดังกล่าวทำให้คณะผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด เทศบาลนครสมุทรปราการ เดินทางมาศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี เพื่อดูตั้งแต่ระดับนโยบาย การบริหารจัดการ การพัฒนาครู ไปจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชั้นเรียน 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บทเรียนจากดรุณาราชบุรีกำลังสะท้อน อาจไม่ใช่การบอกว่าโรงเรียนทุกแห่งต้องมีเทคโนโลยีเหมือนกันทั้งหมด แต่อยู่ที่คำถามว่า โรงเรียนจะออกแบบระบบอย่างไร ให้ทุกเครื่องมือกลับไปทำหน้าที่เดียวกัน คือทำให้เด็กคิดได้ดีขึ้น หรือจากวันที่เด็กสามารถเจอปัญหาที่ไม่เคยมีอยู่ในข้อสอบ แล้วรู้ว่า จะคิดอย่างไรเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเอง เพราะโลกที่เด็กรุ่นนี้กำลังจะออกไปเผชิญ จะมีคำถามใหม่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตำราเรียนจะเขียนคำตอบทันหากการศึกษายังทำหน้าที่เพียงส่งต่อ “คำตอบของเมื่อวาน”

สิ่งที่เด็กต้องการจากห้องเรียนในวันนี้ อาจไม่ใช่คำตอบเพิ่มอีกหนึ่งข้อ แต่คือ ความสามารถที่จะสร้างคำตอบของวันพรุ่งนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง