วันศุกร์, 29 พฤษภาคม 2026 | 9 : 54 pm
วันศุกร์, 29 พฤษภาคม 2026 | 9:54 pm

“อบต.บาโงย” ขับเคลื่อนทุกมิติรวมพลังสร้างชุมชนปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน

“อบต.บาโงย” ขับเคลื่อนทุกมิติ

รวมพลังสร้างชุมชนปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน

 ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสูบบุหรี่ยังคงเป็นหนึ่งในพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพที่พบได้อย่างต่อเนื่องในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ซึ่งมักใช้การสูบบุหรี่เป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดจากการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิต ขณะเดียวกัน ยังพบแนวโน้มการเริ่มสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนบางส่วน อันมีสาเหตุมาจากการได้รับอิทธิพลจากบุคคลใกล้ชิด ทั้งจากสมาชิกในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ส่งผลให้การสูบบุหรี่กลายเป็นพฤติกรรมที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติในบางบริบทของชุมชน

 ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุถึงสถานการณ์บุหรี่ในปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงน่าห่วงในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นมากในกลุ่มเยาวชน ข้อมูลล่าสุดปี 2567 พบผู้สูบบุหรี่ทุกชนิดอายุ 15 ปีขึ้นไปประมาณ 9.8 ล้านคน คิดเป็น 16.5% ของประชากร ในขณะที่ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 11 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2564 และมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน 

 ที่ตำบลบาโงย อ.รามัน จ.ยะลา ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่มีการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในอัตราส่วนที่สูง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยจึงเข้าร่วมขับเคลื่อนเป็น “อปท.ปลอดบุหรี่” ร่วมกับเครือข่าย อปท.ทั่วประเทศ ภายในการสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. บูรณาการร่วมกันในการช่วยควบคุมการสูบบุหรี่ –บุหรี่ไฟฟ้า ที่เชื่อมร้อยภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น

 นางสาวต่วนกษมา กุโน กล่าวว่า จากบริบทและสถานการณ์การสูบบุหรี่ในพื้นที่ตำบลบาโงย พบว่าการสูบบุหรี่ยังคงแพร่หลายในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ผู้สูงอายุ วัยทำงาน เยาวชน ไปจนถึงเด็กนักเรียน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น อาชีพกรีดยางพารา ซึ่งมีแนวโน้มการสูบบุหรี่ในระดับสูง สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ องค์การบริหารส่วนตำบลบาโงย ดำเนินโครงการรณรงค์และมาตรการเชิงรุก เพื่อขับเคลื่อนการสร้างพื้นที่ปลอดบุหรี่ในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งสถานที่ราชการ โรงเรียน และพื้นที่ชุมชน เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่

 พื้นที่บาโงยมีกลไกการทำงานและเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง โดยอาศัยพลังการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนในชุมชน และมีการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง การดูแลสุขภาพ และการช่วยเหลือผู้ต้องการเลิกบุหรี่

 หนึ่งในกลไกสำคัญคือเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งทำหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ ตรวจสุขภาพ และจัดเก็บข้อมูลผู้สูบบุหรี่ในแต่ละครัวเรือน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และส่งต่อผู้ที่มีความประสงค์เลิกบุหรี่เข้าสู่กระบวนการบำบัดร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) นอกจากนี้ อสม. ยังมีบทบาทสำคัญในการติดตาม ให้คำปรึกษา และทำหน้าที่เป็น “แรงบันดาลใจใกล้บ้าน” ที่ช่วยเสริมกำลังใจให้ผู้ต้องการเลิกบุหรี่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

 ส่วนผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลบาโงย จัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ผ่านเวทีชุมชนและกิจกรรมระดับตำบล เพื่อสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ ขณะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทำหน้าที่ดูแลผู้สูบบุหรี่เข้าสู่กระบวนการบำบัดและติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเลิกบุหรี่

 สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลบาโงย ได้ดำเนินโครงการร่วมกับสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยบรรจุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนห่างไกลจากบุหรี่และยาเสพติด ผ่านกิจกรรมอบรมให้ความรู้ โครงการ “เยาวชนต้นแบบปลอดบุหรี่” และการรณรงค์ในวันงดสูบบุหรี่โลก รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกและเครือข่าย อปท. ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการควบคุมการบริโภคบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่

 “นอกจากนี้ อบต.ยังจัดกิจกรรม “อัลกอร์ (Al-Gore) ทำเป็นประจำทุกวันหลังละหมาด (เวลาประมาณ 15.00–16.00 น.) เพื่อให้ความรู้ทางศาสนาเกี่ยวกับโทษของบุหรี่และยาเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานชาย ผลลัพธ์คือปัจจุบัน ไม่มีพนักงานชายคนใดสูบบุหรี่ใน อบต. ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ชัดเจนและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อชุมชน” นางสาวต่วนกษมา กล่าว

 อบต.บาโงยจัดกิจกรรม “พบปะยามเช้า” เพื่อเปิดเวทีให้ผู้นำท้องที่และหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมกันคิด วางแผน และกำหนดแนวทางพัฒนาพื้นที่ปลอดบุหรี่ในตำบล โดยผลจากการระดมความคิดเห็นดังกล่าวได้นำไปสู่การจัดทำ “ธรรมนูญสุขภาพชุมชน” ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และถือเป็นข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ในการสร้างสภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวต่วนกษมา กล่าวถึงเป้าหมายในการขับเคลื่อนสู่ “ตำบลต้นแบบปลอดบุหรี่” อย่างยั่งยืน โดยมุ่งดำเนินงานใน 2 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การลดจำนวนผู้สูบบุหรี่เดิมผ่านกระบวนการให้คำปรึกษา การบำบัด และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ควบคู่กับการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน รวมถึงการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สมการใหม่: ลดปัจจัยเสี่ยง + ลดรายจ่าย = ยกระดับสุขภาวะ แนวคิดหลักของการขับเคลื่อนงานชุมชนท้องถิ่นปลอดบุหรี่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเดินรณรงค์ห้ามสูบบุหรี่แบบเดิม ๆ แต่เป็นการมองภาพรวมเชิงระบบ ผ่านมุมมองที่ว่า การลดรายจ่ายจากปัจจัยเสี่ยงหลัก (บุหรี่ สุรา พนัน) คือจุดเริ่มต้นของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. ได้ฉายภาพให้เห็นถึง “ระบบนิเวศแห่งการขับเคลื่อนชุมชน” ว่า แกนนำตำบลต้องทำงานเชื่อมโยงกับใครบ้าง ตั้งแต่ ท้องถิ่นที่คอยสนับสนุนนโยบายและงบประมาณ, รพ.สต. ที่ขับเคลื่อนงานป้องกันโรค NCDs, ไปจนถึงหน่วยงานส่งเสริมอาชีพเกษตร หรือพอช. ที่เข้ามาหนุนเสริมรายได้ การทำงานร่วมกันเป็นใยแมงมุมนี้ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือ “สถิติผู้ป่วยลดลง รายจ่ายลดลง และเงินออมเพิ่มมากขึ้น”

 ฉะนั้นการขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดบุหรี่ของ อบต.บาโงย สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของคนในชุมชนที่ร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะ ผ่านการบูรณาการงานทั้งด้านสุขภาพ ศาสนา การศึกษา และการบริหารท้องถิ่นอย่างมีระบบและต่อเนื่อง จากความตั้งใจของทุกภาคส่วน ทำให้ตำบลบาโงยก้าวสู่การเป็น “ตำบลต้นแบบปลอดบุหรี่” ที่ไม่เพียงลดการสูบบุหรี่ในพื้นที่ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมใหม่แห่งสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป