วันศุกร์, 17 กรกฎาคม 2026 | 5 : 13 pm
วันศุกร์, 17 กรกฎาคม 2026 | 5:13 pm

“เพ็ชรแท้” พาเปิดบ้านช่างเมืองเพชร เมื่อบ้านทั้งหลังกลายเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต และเรื่องเล่าของผู้คน กลายเป็นแบรนด์ของเมือง

“เพ็ชรแท้” พาเปิดบ้านช่างเมืองเพชร เมื่อบ้านทั้งหลังกลายเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต และเรื่องเล่าของผู้คน กลายเป็นแบรนด์ของเมือง

บางครั้ง…การเดินทางที่มีคุณค่าที่สุด ไม่ใช่การไปชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่คือการได้ก้าวเข้าไปนั่งในบ้านของใครสักคน รับฟังเรื่องราวชีวิตจากเจ้าของบ้าน และสัมผัสภูมิปัญญาที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นด้วยสองมือ

นี่คือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม “Artisan Visit (เปิดบ้านช่างเมืองเพชร)” ภายใต้แนวคิด Living Museum ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–12 กรกฎาคม 2569 ภายใต้โครงการ “เนรมิตเมือง สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์” โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี และ จังหวัดเพชรบุรีกิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้ชวนผู้คนมาเพียงเพื่อท่องเที่ยว แต่ชวนให้ “เข้าใจ” เมืองเพชรบุรี ผ่านผู้คน บ้าน และภูมิปัญญาที่หล่อหลอมให้เมืองแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมืองแห่งสกุลช่าง”

วันแรก…เริ่มต้นจากรากเหง้าของงานช่างเมืองเพชรเช้าวันแรก คณะผู้เข้าร่วมเดินทางมาถึง วัดใหญ่สุวรรณาราม โบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรี สถานที่ที่เต็มไปด้วยศิลปกรรมอันงดงาม และเป็นเสมือนตำราศิลปะไทยที่ยังมีชีวิตที่นี่ ช่างธานินทร์ ชื่นใจ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง “ลายรดน้ำ” ศิลปกรรมชั้นสูงของไทย ตั้งแต่ความหมายของลวดลาย เทคนิคการสร้างสรรค์ ไปจนถึงการพาผู้เข้าร่วมเดินชมรายละเอียดของจิตรกรรมและงานศิลป์ภายในวัด ก่อนเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองสร้างสรรค์ลายรดน้ำด้วยตนเองจากวัดใหญ่สุวรรณาราม

การเดินทางมุ่งหน้าสู่ บ้านทองร่วง เอมโอษฐ บ้านของ ช่างบุญเจือน เอมโอษฐ ครูช่างปูนปั้นผู้สืบทอดงานศิลป์เมืองเพชรบุรี พร้อมด้วย ช่างชัชวาลย์ สหัสสพาศน์ ที่นำองค์ความรู้ดั้งเดิมมาต่อยอดสู่งานร่วมสมัยเสียงอธิบายเรื่องส่วนผสมของปูน เทคนิคการกดลาย และการออกแบบลวดลายไทย ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นว่า งานปูนปั้นไม่ได้เป็นเพียงของประดับวัดหรืออาคารเก่า แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นงานสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยยังคงเคารพรากเหง้าของภูมิปัญญาเดิม

ช่วงบ่าย คณะเดินทางต่อไปยัง ภูษาผ้าลายอย่าง บ้านของ ช่างธนิต พุ่มไสว ผู้อนุรักษ์ศาสตร์การเขียนผ้าลายอย่างที่เคยใช้ในราชสำนัก ทุกลายเส้นบนผืนผ้าสะท้อนความประณีต ความอดทน และความเข้าใจในศิลปวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

ก่อนปิดท้ายวันแรกที่ บ้านทองป้าฉิว ผู้เข้าร่วมได้พบกับ ช่างสิริลักษณ์ ศรีทองคำ ทายาทรุ่นที่ 3 ของช่างทองเมืองเพชร ผู้ถ่ายทอดตั้งแต่การขึ้นรูป การแกะลาย ไปจนถึงรายละเอียดเล็กที่สุดของงานทองโบราณ ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์งานทองลายเมืองเพชรไว้อย่างสมบูรณ์

วันที่สอง…เรียนรู้วิถีตาล วิถีชุมชน และการฟื้นคืนภูมิปัญญาเช้าวันที่สอง คณะเดินทางไปยัง บ้านเพื่อนศิลป์ดินไอเดีย ของ ช่างเปีย–เอนก อยู่สนาน ผู้ปลุกชีวิต “หม้อตาลเมืองเพชร” ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้งจากเครื่องใช้พื้นบ้านที่เคยเลือนหาย กลายเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่เชื่อมโยงทั้งศิลปะ การออกแบบ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมทุกคนได้ทดลองปั้นหม้อตาลด้วยตนเอง เรียนรู้ว่าผลงานแต่ละชิ้นต้องอาศัยทั้งเวลา ความละเอียด และประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน

ภายในกิจกรรมยังมีพิธีมอบป้าย Living Museum ให้แก่บ้านช่างที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อประกาศยกย่องให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดเพชรบุรีเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 คุณปิยะพร สวัสดิ์สิงห์ ผู้แทนจาก CEA เป็นผู้มอบป้ายให้แก่บ้านช่างที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 คุณณัฏฐวีร์ แตงน้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จาก CEA เป็นผู้แทนมอบป้ายให้แก่ ช่างเปีย–เอนก อยู่สนาน แห่งบ้านเพื่อนศิลป์ดินไอเดีย ตอกย้ำว่าบ้านช่างเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ทำงาน หากเป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ที่พร้อมส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่มากกว่าการชมงานช่าง คือการสัมผัสวิถีชีวิตของคนเพชรบุรี

การเดินทางยังเชื่อมโยงไปสู่เครือข่าย “กลุ่มลูกหว้า” นำโดย อาจารย์จำลอง บัวสุวรรณ์ ที่พาผู้เข้าร่วมเรียนรู้เรื่องราวของเมืองเพชรบุรีผ่านผู้คนและวิถีชีวิตเริ่มต้นที่ โรงไม้ต้นโพธิ์ รับฟังเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ของเมือง ก่อนแวะชิมขนมตาลและเลือกซื้อของฝากที่ ร้านระเบียงริมน้ำ แล้วเดินทางต่อไปยัง ไร่เรา เพื่อเรียนรู้วิถีชาวสวนตาลอย่างใกล้ชิดผู้เข้าร่วมได้ชิมน้ำตาลสดจากหน้าเตา ทดลองเคี่ยวน้ำตาลโตนด กรอกหม้อตาล และสร้างสรรค์การปิดหม้อตาลในแบบของตนเอง กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เห็นว่า “ต้นตาล” ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของจังหวัด แต่เป็นรากฐานของวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่เมื่อเมืองเล่าเรื่องผ่านผู้คน บ้าน และภูมิปัญญา

ตลอดสองวันของการเดินทาง ทำให้เห็นชัดว่า การสร้าง City Branding ไม่ได้เริ่มจากการสร้างแลนด์มาร์กใหม่ หรือกิจกรรมขนาดใหญ่ แต่เริ่มจากการค้นหาคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในชุมชน แล้วเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามาเรียนรู้จากเจ้าของเรื่องอย่างแท้จริงบ้านของครูช่างทุกหลังที่เปิดต้อนรับผู้มาเยือน ไม่ใช่เพียงสถานที่สาธิตงานฝีมือ แต่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ประสบการณ์ และองค์ความรู้ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคนเมื่อผู้คนได้สัมผัสเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตนเอง เมืองเพชรบุรีจึงไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะเมืองแห่งพระนครคีรีหรือขนมหวาน หากกำลังก้าวสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์แห่งต้นกำเนิด (City of Origins)” ที่ใช้ทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิต เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและนี่คือความหมายของ “เพ็ชรแท้” คุณค่าที่ไม่ได้เกิดจากการสร้างขึ้นใหม่ แต่เกิดจากการค้นพบสิ่งที่มีอยู่แล้ว และร่วมกันส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เรื่องราวของเมืองเพชรบุรียังคงมีชีวิตต่อไปในอนาคต

#เพ็ชรแท้ #เพชรบุรี #CityofOrigins #เนรมิต #เนรมิตเมือง #neramyth #citybranding #creativecitybranding